โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
การตั้งครรภ์ในวัยรุ่นมีความเสี่ยงมากกว่าการตั้งครรภ์ในผู้ใหญ่ปัญหาหลังคลอดด้านมารดาภาวะโลหิตจางเกิดจากการได้รับธาตุเหล็กและโฟเลตไม่เพียงพอ
โรคติดเชื้อต่างๆ เช่น วัณโรค โดยเฉพาะในผู้ติดเชื้อเอชไอวี มาลาเรีย พยาธิปากขอ
การเสียเลือด ซึ่งภาวะโลหิตจางนี้จะส่งผลให้เกิดการติดเชื้อหลังคลอดได้มากขึ้น
โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
ที่สำคัญ ได้แก่
1.โรคเอดส์ (AIDS)
หรือกลุ่มอาการภูมิคุ้มกันเสื่อม
เกิดจากการรับเชื้อ Human
immunodeficiency virus หรือ HIV เข้าไปทำลายเม็ดเลือดขาว
ที่เป็นแหล่งสร้างภูมิคุ้มกันโรค ทำให้ภูมิคุ้มกันโรคลดน้อยลง
จึงทำให้เชื้อโรคฉวยโอกาสแทรกซ้อนเข้าสู่ร่างกายได้ง่ายขึ้น เช่น มะเร็ง วัณโรค
และสาเหตุการเสียชีวิตก็มักเกิดขึ้นจากโรคติดเชื้อฉวยโอกาสต่างๆ เหล่านี้
ที่จะทำให้อาการรุนแรง และเสียชีวิตอย่างรวดเร็ว
2.หนองใน (Gonorrhoea)
เป็น โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
เกิดจากเชื้อแบคทีเรียชื่อ Neisseria gonorrhoeae ทำให้เกิดอาการระคายเคืองในท่อปัสสาวะ
แสบขัดเวลาปัสสาวะ และมีหนองไหลออกจากท่อปัสสาวะ
อาจจะทำให้เกิดการอักเสบในช่องท้อง หรือเป็นหมันหากไม่ได้รับการรักษา
3.หนองในเทียม (Non-gonococcal Urethritis/Non gonococcal
Cervicitis)
เป็น โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
ที่ทำให้มีอาการแสบปลายท่อปัสสาวะ ปัสสาวะขัดและมีหนองไหล
และมีมูกออกเล็กน้อยโดยเฉพาะในช่วงเช้า ส่วนผู้หญิงอาจมีอาการตกขาวผิดปกติ
4.แผลริมอ่อน (Chancroid)
เป็น โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
เกิดจากเชื้อ Haemophilus
Ducreyi ทำให้เกิดแผลที่อวัยวะเพศ บวมและเจ็บ
บางคนมีต่อมน้ำเหลืองที่ขาหนีบหรือที่ชาวบ้านเรียกไข่ดันบวม
หากไม่รักษาหนองจะแตกออกจากต่อมน้ำเหลือง มักมีหลายแผล ขอบแผลนุ่มและไม่เรียบ
ก้นแผลสกปรกมีหนอง มีเลือดออกง่าย เวลาสัมผัสเจ็บปวดมาก
บางรายต่อมน้ำเหลืองที่ขาหนีบจะบวม และเป็นฝี เมื่อฝีแตกจะเป็นแผล
5.เริมที่อวัยวะเพศ
(Genita Herpes Simplex Virus Infection)
เป็น โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
ที่เกิดเชื้อไวรัส herpes simplex
virus ทำให้เกิดอาการปวดแสบบริเวณขา ก้นหรืออวัยวะเพศ
และตามด้วยผื่นเป็นตุ่มน้ำใส แผลหายได้เองใน 2-3 สัปดาห์ แต่เชื้อยังอยู่ในร่างกาย
เมื่อร่างกายอ่อนแอ เชื้อก็จะกลับเป็นใหม่